Skip to Content

ระบบที่ชาญฉลาดยิ่งขึ้น เพื่อการดูแลที่ดียิ่งกว่า

เสริมศักยภาพให้โรงพยาบาลด้วย ระบบ EMR แบบครบวงจร และเทคโนโลยีทางการแพทย์ขั้นสูง --- ออกแบบมาเพื่อการทำงานสถานพยาบาล

เรียนรู้เพิ่มเติม

บริการดูแลและช่วยเหลือที่ฉับไว

เราพร้อมให้บริการสนับสนุนทางเทคนิคอย่างฉับไวเพื่อให้มั่นใจว่าระบบและเครื่องมือแพทย์ของคุณจะทำงานได้อย่างต่อเนื่องไม่มีสะดุด

หากมีกรณีเร่งด่วนคุณสามารถแจ้งปัญหาผ่านช่องทาง LINE Official เพื่อให้ทีมงานของเราเร่งประสานงานและแก้ไขโดยทันที

นอกจากนี้ เพื่อความสะดวกในการติดตามสถานะและการแก้ไขที่รวดเร็วยิ่งขึ้นเราแนะนำให้แจ้งผ่านระบบ Service Portal ซึ่งจะช่วยให้ทุกการแจ้งปัญหาได้รับการจัดการอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพสูงสุด

ศูนย์ช่วยเหลือ

การบำรุงรักษาเชิงรุก & การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง

เรามุ่งเน้นความเสถียรของระบบผ่านบริการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (PM) อย่างสม่ำเสมอ โดยครอบคลุมการตรวจเช็กตามระยะ 3-4 ครั้งต่อปี พร้อมบริการอัพเดตซอฟต์แวร์โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ในกรณีที่เกิดปัญหาไม่คาดคิด ทีมวิศวกรและนักพัฒนาของเราพร้อมให้บริการแก้ไขปัญหา (CM) ในทันที เพื่อให้การดำเนินงานของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุด

คำถามที่พบบ่อย

นี่คือคำถามทั่วไปเกี่ยวกับบริการของเรา

เพื่อความรวดเร็วในการตรวจสอบและแก้ไขปัญหา รบกวนผู้ใช้งานรวบรวมข้อมูลตาม 7 หัวข้อสำคัญ ดังนี้แจ้งมายังทีม Support

  1. รายละเอียดของปัญหา: อธิบายลักษณะอาการที่พบ (เช่น กดบันทึกไม่ได้, ข้อมูลไม่แสดงผล, ยอดเงินไม่ตร
  2. ชื่อโมดูลหรือเมนูที่ใช้งาน: ระบุชื่อหน้าจอหรือ Application ที่เกิดปัญหา (เช่น หน้าจอการเงิน OPD, ระบบห้องยา)
  3. ข้อมูลระบุตัวตนผู้ป่วย (PN): เลข PN ของผู้ป่วยที่พบปัญหา
  4. รายการที่มีปัญหา (Order Code): หากปัญหาเกิดกับบางรายการ เช่น Lab, X-ray หรือรายการยาบางตัว โปรดระบุชื่อหรือรหัสรายการนั้นๆ
  5. ลำดับขั้นตอนการทำงาน (Step to Reproduce): สรุปสั้นๆ ว่าทำขั้นตอนใดมาก่อนที่จะเกิดปัญหา (เช่น "กดรับชำระเงิน -> เลือกสิทธิประกันสังคม -> ระบบค้าง")
  6. ภาพหน้าจอ (Screenshot): รูปถ่ายหน้าจอขณะเกิดปัญหา หรือภาพจุดที่ข้อมูลแสดงผลผิดปกติ
  7. รหัสข้อผิดพลาด (Error Code / Serial Number): หากมีป๊อปอัพแจ้งเตือน (Error Message) โปรดระบุเลข Serial Number ที่ปรากฏในวงเล็บ หรือแคปภาพข้อความแจ้งเตือนทั้งหมด

คำอธิบาย:ข้อผิดพลาดนี้หมายถึง "โปรแกรมไม่สามารถติดต่อกับเซิร์ฟเวอร์หลักได้" ทำให้ Serial Number จะแสดงเป็น 0 เสมอ

สาเหตุที่เป็นไปได้:

  • สาย LAN หลุด หลวม หรือสัญญาณ Wi-Fi ขัดข้อง
  • เครื่องคอมพิวเตอร์ (Client) ไม่ได้อยู่ในวงเครือข่ายของโรงพยาบาล (เช่น ลืมต่อ VPN หรืออยู่นอกพื้นที
  • ระบบ Network หรือ Server ปลายทางเกิดปัญหาชั่วคราว

วิธีแก้ไขเบื้องต้น:

  1. ตรวจสอบการเชื่อมต่อ: ตรวจดูว่าสาย LAN เสียบแน่นหรือไม่ หรือสถานะ Wi-Fi เชื่อมต่อกับชื่อ (SSID) ของโรงพยาบาลถูกต้องหรือไม่
  2. ตรวจสอบสิทธิ์การเข้าถึง: หากใช้งานจากภายนอกโรงพยาบาล ให้ตรวจสอบว่าได้ทำการเชื่อมต่อ VPN เรียบร้อยแล้วหรือยัง
  3. ทดสอบการเข้าถึง: ลองเปิดโปรแกรมอื่นที่ต้องใช้ Network ของหน่วยงานว่าใช้งานได้ปกติหรือไม่
  4. ประสานงาน: หากตรวจสอบสายสัญญาณแล้วยังพบปัญหาเดิม โปรดแจ้งแผนก IT หรือศูนย์คอมพิวเตอร์ เพื่อตรวจสอบสถานะของ Server ต่อไป

การแก้ไขจะขึ้นอยู่กับว่าเจ้าหน้าที่ได้ "ออกเอกสารทางการเงิน" ไปแล้วหรือไม่ โดยมีแนวทางปฏิบัติดังนี้ครับ

กรณีที่ 1: หากยังไม่ได้ออกใบเสร็จ หรือใบแจ้งค่ารักษา

สามารถดำเนินการแก้ไขในระบบได้ทันที:

  1. ผู้ป่วยนอก (OPD): ให้กด ยกเลิกการคำนวณ (Cancel Calculation) เพื่อคืนสถานะข้อมูล จากนั้นตรวจสอบรายการและกดประมวลผลค่าใช้จ่ายใหม่
  2. ผู้ป่วยใน (IPD): ให้กด ล้างรายการคำนวณทั้งหมด (Clear Calculation) เพื่อรีเซ็ตยอด แล้วดำเนินการดึงข้อมูลเพื่อคำนวณใหม่ให้ถูกต้อง

กรณีที่ 2: หากมีการออกใบเสร็จ หรือใบแจ้งค่ารักษาเรียบร้อยแล้ว

หากสถานะในระบบถูกล็อคเนื่องจากมีการออกเอกสารแล้ว ให้ดำเนินการตามลำดับดังนี้:

  1. ยกเลิกเอกสารเดิม: ดำเนินการ ยกเลิก (Void/Cancel) ใบเสร็จรับเงิน, ใบแจ้งค่ารักษา หรือใบรายละเอียดการรักษาที่มีปัญหาในระบบก่อน
  2. ปรับปรุงยอด: เมื่อเอกสารเดิมถูกยกเลิกแล้ว ให้กลับไปทำตามขั้นตอนใน กรณีที่ 1 (ยกเลิกการคำนวณและประมวลผลใหม่)
  3. ออกเอกสารใหม่: ตรวจสอบยอดรวมสุดท้ายให้ถูกต้องอีกครั้ง ก่อนดำเนินการออกใบเสร็จหรือใบแจ้งค่ารักษาใบใหม่

แนวทางแก้ไข:

ขั้นตอนที่ 1: การสั่งรายการใหม่ (Re-order)

  1. ให้ผู้ใช้งานทำการ ยกเลิก (Cancel) รายการ Lab ที่มีปัญหา และลบรายการนั้นออกจากใบสั่งตรวจ
  2. ดำเนินการ สั่งรายการ Lab (Order) ใหม่อีกครั้ง เพื่อให้ระบบส่ง Request ชุดใหม่ไปยังห้องปฏิบัติการ
  3. แจ้งเจ้าหน้าที่ห้อง Lab ให้กด รับสิ่งส่งตรวจ (Receive) ในระบบอีกครั้งเพื่อตรวจสอบการเชื่อมต่อ

ขั้นตอนที่ 2: การตรวจสอบระบบรับส่งข้อมูล (Technical Check)

  1. หากดำเนินการตามขั้นตอนแรกแล้วข้อมูลยังไม่แสดงผลในระบบ LIS ให้เจ้าหน้าที่ IT ประจำโรงพยาบาลตรวจสอบและทำการ Restart Service LIS Interface (ตัวเชื่อมต่อระหว่างระบบ)
  2. เมื่อ Restart Service เรียบร้อยแล้ว ให้ทดลองดำเนินการตามขั้นตอนที่ 1 อีกครั้ง

ขั้นตอนที่ 3: การประสานงานผู้เชี่ยวชาญ

หากดำเนินการทั้งขั้นตอนที่ 1 และ 2 แล้วยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ กรุณารวบรวมข้อมูล (เช่น รายการที่สั่ง และ PN ของผู้ป่วย) และ ติดต่อทีม Support ของเราทันที เพื่อตรวจสอบ Log ของระบบในเชิงลึก

เพื่อให้การออกแบบและปรับปรุงฟอร์มเอกสารเป็นไปอย่างรวดเร็วและถูกต้องตามความต้องการ รบกวนผู้ใช้งานจัดเตรียมข้อมูลดังนี้ครับ:

  1. รูปแบบตัวอย่างเอกสาร (Mock-up Layout)
    กรุณาแนบไฟล์ตัวอย่างเอกสารที่ต้องการปรับปรุง โดยอาจจัดทำในรูปแบบไฟล์Word, Excel หรือ PDF * หากเป็นการแก้ไขจากฟอร์มเดิม ให้ทำการMark หรือเขียนระบุจุดที่ต้องการแก้ลงบนฟอร์มเดิมให้ชัดเจน
  2. ขนาดและลักษณะของกระดาษ (Paper Size & Orientation)

    • ระบุขนาดกระดาษที่ต้องการใช้จริง (เช่น A4, A5) หรือวัดความกว้างความยาวของหน้ากระดาษ
    • ระบุทิศทางการพิมพ์ (แนวตั้ง หรือ แนวนอน)
    • หากเป็นกระดาษที่มีแบบฟอร์มหัวจดหมายอยู่แล้ว (Pre-printed) รบกวนแจ้งระยะขอบ (Margin) ที่ต้องเว้นว่างไว้ด้วยครับ
  3. รายละเอียด Font และขนาดตัวอักษร (Typography)

    • ระบุชื่อFontที่ต้องการใช้ (เช่น TH Sarabun New)
    • ระบุขนาดตัวอักษรในแต่ละส่วน เช่น หัวข้อตัวหนาขนาด 16 pt, เนื้อหาตัวปกติขนาด 14 pt เพื่อให้ตรงตามมาตรฐานขององค์กร
  4. ไฟล์ภาพและโลโก้ (Branding Assets)

    • แนบไฟล์Logo ของโรงพยาบาลหรือรูปภาพอื่นๆ ที่ต้องปรากฏในเอกสาร
    • แนะนำให้ส่งเป็นไฟล์ที่มีความละเอียดสูง (เช่นไฟล์ .PNG พื้นหลังโปร่งใส หรือ .JPG) เพื่อความคมชัดในการพิมพ์


พันธมิตรด้านการดูแลสุขภาพของเรา

ทำงานร่วมกับโรงพยาบาลชั้นนำเพื่อสร้างระบบการดูแลสุขภาพที่ชาญฉลาดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

สำรวจโซลูชันของเรา